วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

ทะเลเผาในเมือง

วันนี้เตโกะได้รับคำชักชวนให้ไปชิมอาหารทะเลประเภทเผา อบ ย่างรสเด็ด โดยผู้ชวนโฆษณาว่า กุ้งอบวุ้นเส้นอร่อยม๊ากมากกกก นี่แหละจุดอ่อนของเตโกะ "อบวุ้นเส้น" ไม่ว่าร้านไหนที่เขาว่าอร่อยต้องไปทันที บ้างร้านต้องรอถึง2ชั่วโมง กว่าจะได้กินก็รอมาแล้ว พอบอกว่าอาหารทะเลนึกว่าต้องขับรถออกนอกเมือง หรือภัตตาคารไหนสักแห่ง ร้านนี้อยู่ใกล้อย่างไม่น่าเชื่อ อยู่แถวสนามจุ๊บ จุฬาลงกรณ์ หรือแถวตลาดสามย่านนี้เอง




ค่ำวันนี้เตโกะขับรถเข้ามาทางซอยข้างคณะนิติศาสตร์ เมื่อตรงมาจนสุด เห็นห้องแถวหนึ่งเปิดไฟสว่าง ตรงข้ามเซเว่น มีเตาถ่านวางอยู่บนฟุตบาท มีฟลอยห่อปลานอนเรียงรายบนเตา และอีกข้างมีตู้ชุมสายโทรศัพท์สีเขียว อยู่ด้านข้าง คุณลุงตัวขาวจั๊ว ยุ่งอยู่หน้าเตา ร้านนี้หล่ะ ใช่แน่ เข้ามาในร้านมีโต๊ะอยู๋ 3 ตัว หรือใครสะดวกนั่งที่โต๊ะบนทางเท้าก็ได้ค่ะ มีพ่อ แม่ และลูกชาย ยุ่งอยู่กับปรุงและเสริฟอาหารลูกค้า ครัวร้านนี้อยู่ด้านหน้านี่แหละค่ะ ร้านทำกันเองในบ้านคนจีน ไม่ได้สะอาดเนี๊ยบ แต่ก็พอใช้ได้ค่ะ มีจุดขายอีกอย่างสำหรับเตโกะ ถ้านั่งในร้านมีทีวีจอใหญ่ เปิดละครดังอยู่ตลอด ทานไปดูไป คนทำก็ทำไปดูไป ไม่เข้าใจตอนไหนถามพี่เค้าได้สบายค่ะ เจ้าของร้านใจดี อัธยาศัยสบายๆ เตโกะนั่งปุ๊บสั่งทันที กุ้งอบวุ้นเส้นค่ะ หมูมะนาว และ ปลาสำลีเผ รอไม่นาน จานแรกก็มา กุ้งอบวุ้นเส้นในหม้อหมอกรุ่น แค่เห็นน้ำลายจะหก พอได้ชิมก็กรี๊ด วุ้นเส้มนุ่มนวล เข้ารสกลมกล่มกำลังดี มีกุ้งตัวไม่ใหญ่ไม่เล็ก อยู่ 4 ตัว ทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ ก็อร่อยเหาะค่ะ อย่างนี้สั่งเพิ่มอีก 1 สนนราคาหม้อละ 160 บาทค่ะ


จานที่สองแต่ไม่เป็นรองจานแรกนะคะ หมูมะนาว (90 บาท) หมูย่างเนื้อนุ่มหอมเตาถ่าน ราดด้วยน้ำจิ้มทะเลรสเด็ด คลุกกับกระเทียมสไลด์แผ่นบางบาง ความเด็ดที่แตกต่างจากร้านอื่น คือเทคนิคการย่างหมูค่ะ ที่ย่างได้สุกกำลังดีเนื้อยังนุ่มไม่แข็งกระด้าง และมีกลิ่นหอมเตาถ่าน ช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีค่ะ อร่อยขั้นเทพอย่างนี้ พุงปลิ้นกับแบนจังลงความเห็นให้สั่งเพิ่มอีก 2 เลย ขอย้ำนะคะว่าหมูมะนาว เพราะเตโกะเคยพลาดสั่งหมูย่างมา เทียบไม่ติดเลยคะ

จานต่อมาชื่อเดียวกับชื่อร้านเลยค่ะ คือปลาสำลีเผา ขนาดไม่ใหญ่มาก พอทานสำหรับ 2-3 คน (240บาท) เผาอยู่ที่เตาถ่านหน้าร้าน ไม่ต้องรอนาน พอช้อมส้อมจิ้มลงไปควันลอยขึ้นมา เห็นปลาเนื้อขาวๆ ได้ชิมเนื้อปลานุ่มหอม รสหวานดี ทานกับน้ำจิ้มรสเด็ด ก็อร่อยเหาะค่ะ สำหรับเตโกะ จานนี้อยู่ในระดับอร่อยปกติค่ะ

นอกจากนี้ยังมีเมนูปิ้งๆย่างๆ อีกหลายอย่างไม่ว่า ปลาหมึกย่าง หอยแครงลวก หอยแมลงภู่อบ ล้วนเป็นจานเด็ดขายดีของร้าน โดยเฉพาะหอยแมลงภู่อบ ถ้ามาช้าอดนะคะ ด้วยความอร่อยระดับนี้ และสนนราคาที่ไม่แพงมากทำให้มีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนเรื่อยๆ ไม่ว่านิสิต หรือ คนทำงานมาทานของเผากับเบียร์เย็นๆ อาหารเย็นรสแซบกับเพื่อนคุยที่ถูกคอ แค่นี้ก็ทำให้อิ่มอร่อยทั้งกายและใจ ค่ำนี้กลับบ้านนอนหลับสบาย นี่หล่ะค่ะ ความสุขของชีวิต

ร้านปลาสำลีเผา เปิด 16:00-22:00 ปิด วันอาทิตย์


วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ธรรมจัดสรรพาไปชิมที่ปากช่อง

สุดสัปดาห์นี้ เตโกะอยากฟังธรรมของท่านชยสาโรที่บ้านบุญ อยู่อำเภอปากช่อง เมื่อแจ้งจุดหมายก็ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจาก พุงปลิ้น แบนจัง และ ม ย ร มะลิ ร่วมบุญในครั้งนี้ ระหว่างทางเตโกะนำเสนอ ร้านอาหารต่างๆ ที่ปากช่อง เพื่อซาวเสียงเพื่อน สนใจอาหารแบบไหน อยากกินไร ตามที่เตโกะ เสาะแสวงหาข้อมูลมาอย่างมากมาย จน มยร. จุดประกายให้เขียนบล็อคสิ พร้อมอาสาเป็นช่างภาพถ่ายรูปให้เตโกะด้วยตัวเธอเอง จากนั้นบูธอารมณ์ ตลอดเวลา จนเห็นกันอยู่นี้หล่ะค่ะ

ไปถึงปากช่องเลยก็บ่ายๆแล้ว หิวซกกันมาก มุ่งตรงไปหาอาหารอีสานกันเลย แค่เหยียบมาถิ่นนิดหน่อยก็ต้องการบรรยากาศแล้ว จึงตรงมา ร้านลาบครูสาย หาไม่ยากค่ะ อยู่ในซอยเทศบาล 25 (หน้าปากซอยมีไปรษณีย์ปากช่อง) เข้าไปสุดซอยเลี้ยวซ้าย ร้านอยู่เยื้อง โรงเรียนบ้านปากช่องคุรุสามัคคี หน้าตาร้านเป็นห้องแถวปูนไม่สูง หน้าตาร้านก็ประมาณร้านส้มตำเก้าอี้พลาสติกทั่วๆไปที่เห็นๆกันค่ะ เราตอนมาถึงบ่ายสองกว่าแล้วจึงไม่มีลูกค้าท่านอื่นแล้ว ร้านนี้จึงเป็นของเรา ด้วยความหิวสั่งกันเต็มโต๊ะ ตั้งแต่สัมตำไทย ตำปู ลาบหมู ไส้กรอกอีสาน คอหมูย่าง ปลาเผา



สำหรับจานเด็ดประทับใจ เตโกะ ได้แก่ลาบหมู ที่มีรสชาดกลมกล่อม นุ่มนวล ไม่เผ็ดเปรี้ยวจนแสบลิ้น สมแล้วที่เป็นชื่อร้านแถมยังเปิดมากว่า40ปี เป็นการประกัน ถูกใจเตโกะมาก เอาไปเลย 10 หยด อีกอย่างที่ได้ 10 หยดคือ ข้าวเหนียวค่ะ หุงมาใหม่ นุ่มกำลังดี หอมกรุ่นกรั่น ชื่นใจเตโกะมาก

อีกจานที่ขอแนะนำ คือ คอหมูย่าง จานนี้มาสุดท้ายรอนานกว่าเพื่อน แต่ก็คุ้มค่าค่ะ เพราะระหว่างรอได้กลิ่นหอมหมูย่างมี่ใบตองห่ออีกที ลองจินตนาการดูสิค่ะ ว่าจะหอมขนาดไหน เข้าใจเตโกะยังค่ะ หมูย่างมาจิ้มกับแจ่ว มื้อนี้กว่าทุกจานจะหมดลง ทำเอาพวกเราพุงป่อง พุงปลิ้น พุงกาง ไปตามๆ กัน หลังร่ำลาเจ้าของร้านอารมณ์ดีแล้ว ขับรถออกจากร้าน ตรงไปทางไปตลาด

สายตาเตโกะเห็น ตะโก้ ไซส์ใหญ่ในใบตองนอนเรียงรายในหาบที่ดูมีการใช้งานมานาน พอดี พุงปลิ้นจอดถามทาง เตโกะได้ทีวิ่งลงไปที่หาบตะโก้ทันที
แจ้งไป 20 บาท ได้มา 7 ชิ้น ระหว่างรอพี่เอาขนมให้ มยร ก็วิ่งมาพร้อมกล้อง สวมวิญญาณ ช่างภาพประจำ blog เตโกะ ทำหน้าที่อย่างดี พอขึ้นรถรีบชิมทันที รสชาดหวานเค็มและที่สำคัญ มีกลิ่นเตาถ่านด้วยค่ะ เตโกะไม่เคยพบตะโก้ที่กลิ่นหอมเตาถ่าน สามารถเพิ่มอรรถรสในการทานได้อย่างมาก เป็นตะโก้ที่ได้ทั้งรูป รส กลิ่น และสัมผัสที่นุ่มนิ่ม ประจับใจ ประทับใจ ตะโก้เตาถ่าน


หลังจากนั้นเราไปเดินเล่น Palio แหล่งช้อปปิ้ง สุดฮิตของเขาใหญ่ จนเย็นค่ำ ก็กลับมาร้าน บ้านไม้ชายน้ำ เป็นร้านที่เหมือน a must ของปากช่อง กลับมาที่ถนน main ของปากช่อง มองไปทางขวามือ เห็นป้ายไฟชัดเจน ลองเข้าไปดูแผนที่ ได้ที่นี่นะคะ http://www.banmaichaynam.com/
ระหว่างทางเดินเข้าร้าน เต็มไปด้วยของสะสมตระการตา มองทางไหนน่าดูน่าเข้าไปชมใกล้ๆ เห็นคนถ่ายรูปกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนาน พวกเราหมายตาไว้เดี๋ยวตาเราบ้าง ร้านจัดเหมือนนั่งอยู่เฉลียงบ้าน ทานข้างกัน มีต้นไม้ครึ้มร่มรื่น ของสะสมมีอยู่ทุกจุด ไม่ว่าสายตาตกไปทางไหนก็มีอะไรให้มอง ให้ชม ได้ตลอด



อาหารเป็นอาหารไทย มีเมนูหลากหลายมาก ด้วยความที่เตโกะยังอิ่มอยู่มาก จึงสั่งได้น้อยจาน มียำมะเขือ กับ กากหมูผัดพริกขิง รสดีค่ะ แต่ไก่ย่างที่โฆษณาว่าอร่อยที่สุด กลับทำให้เราผิดหวัง เพราะเนื้อเหนียวมาก ไม่หอม จนเราต้องเลิกพยายามกับไก่ไปกลางคัน หรือพวกเรารีบกินให้เสร็จ เพราะต่างใจจดใจจ่ออยากจะไปถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ดังได้เข้าฉากเล่นละครกันเลยที่เดียว สรุปเราใช้เวลาถ่ายทำละครกันนานกว่าเวลาทานอาหาร หัวเราะร่าออกจากร้านไปอย่างสนุกสุขใจ ดังนั้นเตโกะ ต้องแนะนำให้มา บ้านไม้ชายน้ำนะคะ เป็นอาหารใจให้พวกเราอย่างมาก รวมถึงเพื่อนๆ ที่ตามมาดูรูปพวกเราเข้าฉากต่างๆ ด้วยค่ะ




เช้าตรู่วันต่อมารีบตื่นมาไปฟังธรรมด้วยจิตใจที่เบิกบานยิ่ง หลังไปถึงบ้านบุญที่ร่มเย็นสะดวกสบาย ให้การต้อนรับเชื้อเชิญผู้มาใหม่อย่างดี จากนั้นเราได้นั่งวิปัสสนาและ ฟังธรรมจากท่านชยสาโร ท่านเปี่ยมไปด้วยเมตตา เรากลับออกมาด้วยความปิติที่เกิดขึ้นในจิตใจ ตัวนี้เองที่คนเร้าเรียกกันว่า บุญ

พอออกจากบ้านบุญใกล้เที่ยงแล้ว ท้องร้อง รีบไปร้าน ข้าวหมูแดงสุพรรณ เข้าทางซ.เทศบาล15 ไปทางสถานนีรถไฟปากช่อง เห็นสถานีอยู่ตรงหน้าเลี้ยวขวา แล้วมองทางขวามือเห็นร้านอยู่หัวมุมค่ะ มาถึงจะเห็นรถจองเรียงแน่อย่างผิดสังเกต ก็รู้ว่าเรามาถึงแล้ว ข้าวหมูแดงเจ้าดังของปากช่อง เป็นเรือนแถวโบราณ ข้างในสะอาดสะอ้าน ไม่ว่าจะโต๊ะ เก้าอี้ ภาชนะ ดูแล้วคนอนามัยทานได้สบายใจยิ่ง















เตโกะ พุงปลิ้น สั่งหมูกรอบกุนเชียง ตามขนาดพุง ส่วน แบนจัง มยร สั่งข้าวหมูแดง เพียงคำแรกที่ชิม มีเสียงอื้อ เออ ของเตโกะและผองเพื่อน คลอไปกับการเคี้ยวตุ้ย หน้าที่ปลาบปลื้มของทุกคน รู้ได้ถึงรสชาดความอร่อย ของมื้อนี้ ขอบอกว่า ขั้นเทพค่ะ หมูกรอบอร่อยมากกกกก หนังกรอบส่วนเนื้อนุ่ม ขนาดกำลังดี อร่อยจริงๆค่ะ กัดแล้วกรุบกรับอยู่ในปาก ส่วนหมูแดง เป็นหมูย่างด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษ มยร บอกว่าเหมือนทานหมูอบ หอมกลิ่นซอสอบอวล เป็นมือพิเศษจริง ขอยกให้เป็น สุดยอดของทริปนี้ เอาไปเต็ม 10 หยด ความจริงอยากคุณสองให้เลย หลังนั้นเราประชุมกันซีเรียสว่า ต้องหาโอกาสมาปากช่องอีกให้ได้ เพื่อเยื่ยม ข้าวหมูแดงสุพรรณ สุดปลื้มของพวกเรา ในเร็ววันนี้ เอ๊ะ!! จะดูเสียกิริยาสาวสวยผู้บอบบาง ไปมั้ยค่ะ โฮะโฮะ
ข้อมูลร้านนะคะ เวลาเปิด ปิดและเบอร์ไว้ติดต่อ
  • ลาบครูสาย 7.00-14.30 น. 044-311-310

  • ข้าวหมูแดงสุพรรณ 6.00-14.00 น 044-312-062.
เสียงพากย์จาก พุงปลิ้น แบนจัง และ มยร.ค่t

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เก็ด ถะ หวา อาหารเหนือในซอยสุขุมวิท


เตโกะได้ข่าวมาว่ามีไข่พะโล้อร่อยมากกกก อยู๋ในซอยสุขุมวิท35 พร้อมกับอยากกินอาหารเหนือเนื่องจากเพิ่งกลับจากใต้ ต้องเปลี่ยนรสกลับทิศกันบ้าง เย็นวันนี้จึงต้องเดินทางไปชิมด่วน

เข้าไปในซอยสุขุม35 ตรงไปซักพักเลยทางเข้าฟูจิซุปเปอร์ ไปซักหน่อย จะเห็นทาวน์เฮ้าส์ทางขวามือมีประตูไม้และป้ายไม้อักษรทองชื่อ เก็ด ถะ หวา ด้านหน้ามีต้นไม้ร่มรื่นย้อยตัว ระโยงระยาง เชื้อเชิญให้เดินเข้าไป จะผ่านสวนหย่อมน้อยๆ แต่รู้สึกร่มรื่นผ่อนคลายแล้ว พอเข้าประตูก็พบกับรอยยิ้มต้อนรับทักทายเหมือนมาเยื่ยมบ้านเพื่อนอย่างไงอย่างงั้น
มองไปรอบๆ ตบแต่งน่ารักดูอบอุ่น ด้วยข้าวของพื้นเมืองเหนือต่างๆ ผสมด้วยของเก่าสะสม ได้บรรยากาศเหนือ รู้สึกเย็น ช้า นุ่มนวล เนิบนาบได้ดีจริง

พอเปิดเมนู อันน่ารักทำด้วยผ้าลายเหนือๆ มีทั้งเล่มปกติ และเล่มจิ๋ว เตโกะน้ำลายจะหกรายการอาหารมากมายหน้าตาน่าลิ้มลองทั้งนั้น เตโกะตัดสินใจลองชิม น้ำพริกอ่อง แกงเห็ดถอบ ไข่เก็ดถะหวา และที่พลาดไม่ได้ ไข่พะโล้ เป้าหมายของเราในวันนี้

หลังจากชิมแล้ว ไข่พะโล้เอาไปเลยอร่อย10หยด สุดๆๆๆจริงๆๆ รสนุ่มนวลไม่หวานไป ไม่เค็มไป กลมกล่อมมาก อย่างที่กล่าวขาน

อีกจานที่ได้ไป10 หยดเช่นกันคือ แกงเห็ดถอบ ที่ได้รับคำชื่นชมจากสาวเหนือเลยเน้อ


ส่วนน้ำพริกอ่องก็อยู่ในเกณท์ปกติค่ะ เอาไป 6 หยด หน้าตาสวยมาก มีครกน้อยๆ ใส่น้ำพริกด้วยนะคะ

ที่ผิดหวังนิดหน่อยคือไข่เก็ดถะหวา คือไข่เจียวใส่หมูสับ วุ้นเส้น กระเทียมดอง รสค่อนข้างจืดและกระเทียมดองน้อยไปหน่อย หาไม่ค่อยเจอ ถ้าใส่กระเทียมดองของโปรดเตโกะอีกหน่อย เข้มข้นอีกนิด ก็แจ่มค่ะ
หลังจากอิ่มจนพุงกางไม่มีที่เหลือสำหรับของหวานแล้ว ถึงเวลาจ่ายสตางค์กลับบ้านกันแล้ว อาหารสี่จานข้าวสวยหนึ่ง สนนราคาประมาณ 600 กว่าบาท ตกจานละประมาณ120-180 บาท

สำหรับเตโกะ เก็ด ถะ หวา เป็นร้านที่น่ารัก ที่น่ามาเยี่ยมเยียนอีกครั้งเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่รสอาหารเพียงอย่างเดียว ยังจะได้เสพรสความละเมียดละไมที่มีให้เห็นในทุกจานที่เสริฟ และเสพความผ่อนคลาย ความนุ่มนวล ทำให้วันนี้ เตโกะอิ่มท้อง อิ่มใจ เดินออกจากร้านอย่างสบาย แบบกางๆ

แนะนำตัว เตโกะ นักชิม

เตโกะ สาวน้อยนักชิม ชิมจนตุ้มตุ้ยแทบจะกลิ้งได้ ความสุขของเตโกะคือการเสาะแสวงหาร้านอร่อย เลื่องชื่อในถิ่นนั้นๆ เวลาเดินทางแต่ละที่จะมีเรื่องราวมีความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงอาหารด้วยค่ะ การเดินทางพร้อมได้ชิมจานเด็ดที่แต่ละถิ่น ช่างสร้างความสุขให้เตโกะได้มากมาย จึงอยากแบ่งความสุขนี้แก่เพื่อนๆบ้าง ถ้าคอยติดตามเตโกะ เธอจะพาคุณไปรู้จักอาหารและร้านอาหารที่คุณจะต้องลอง...การันตีด้วยน้ำลายหลายหยดให้กับอาหารจานนั้น ...สิบหยดคือการันตีสูงสุดที่เตโกะจะมอบให้ ...ท้าให้คุณชิม ตามมา ตามเตโกะมา :)